ถ้าเพื่อน ๆ ชื่นชอบในเกม Roguelike Deck-Building RPG ที่มาพร้อมบรรยากาศสุดดาร์คแล้วละก็ ผมขอแนะนำ Chaos Zero Nightmare จาก Smilegate Holdings เลยครับ เพราะเกมนี้นอกจากจะสามารถตอบโจทย์เพื่อน ๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้นได้แล้ว ยังมาพร้อมกับงานภาพสไตล์อนิเมะแสนงดงาม เนื้อเรื่องแสนเข้มข้น และเกมเพลย์สุดฮาร์ดคอร์ที่จะมอบความท้าทายในการลุยดันเจี้ยนให้กับเราได้แบบถึงพริกถึงขิง บอกเลยว่าโหลดไปเล่นไม่มีคำว่าผิดหวังครับ! เกมนี้จะสนุกและน่าเล่นแค่ไหน เราไปอ่านรีวิวกันเลย!
Chaos Zero Nightmare เป็นเกมแนว Roguelike Deck-Building RPG ที่เราจะได้จัดทีมเอเจนต์บุกตะลุยเข้าไปเคออส เพื่อกำจัดเหล่าศัตรูแห่งฝันร้ายให้สิ้นซาก! โดยจุดเด่นของเกมนี้คืองานภาพสไตล์อนิเมะสุดคุณภาพ, เกมเพลย์สไตล์โร้คไลค์สุดท้าทายที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้พบเจอกับอะไรบ้าง, เหล่าเอเจนต์แสนทรงเสน่ห์, และระบบ Mental Stress ที่จะมอบความดาร์คแบบสุดขั้วให้กับเราในการเล่น! ถือเป็นเกมที่ผมขอบอกเลยว่า "โคตรดาร์ค โคตรฮาร์ดคอร์ แต่ก็โคตรสนุก!"งานภาพกราฟิกเป็นสองมิติสไตล์อนิเมะที่วาดออกมาได้สวยงามมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเอเจนต์ที่มาพร้อมดีไซน์อันแสนทรงเสน่ห์ทั้งชายหญิง, ฉากหลังเคออสอันแสนมืดหม่นที่มาพร้อมมอนสเตอร์อันแสนสยดสยอง, เอฟเฟกต์สกิลที่มีตั้งแต่ธรรมดาไม่หวือหวาไปจนถึงคัทซีนสุดอลังการ, และภาพวาดการ์ดที่สื่อถึงรูปแบบการโจมตีต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ทำออกมาได้โอเคทั้งหมด ใครชอบงานอาร์ตสไตล์อนิเมะสวย ๆ ขอบอกเลยว่าเกมนี้ตอบโจทย์สุด ๆ ครับ
สิ่งที่ถือว่าเด็ดและทำออกมาได้ดีมากคือภาพอิลลัสต์ของเหล่าเอเจนต์ทั้งภาพประจำตัว ภาพตอนต่อสู้ และภาพตอน Mental Breakdown เพราะวาดและดีไซน์ออกมาได้ดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะภาพตอน Mental Breakdown นี่คือเข้าถึงอารมณ์ดาร์คแบบสุดขั้วไปเลยล่ะ และอีกหนึ่งทีเด็ดของเกมนี้คือ "เอเจนต์สาวบางคนใส่ชุดเซ็กซี่วาบหวิวมาก" มากชนิดที่ว่าเพื่อน ๆ จะต้องชอบและถูกใจอย่างแน่นอนครับ
เคออส (Chaos) เป็นดันเจี้ยนหลักที่เราจะต้องลงเพื่อปั้นเด็คการ์ดประจำตัวเอเจนต์มาใช้ลงในคอนเทนต์อื่น โดยก่อนเริ่มเราจะต้องจัดทีมเอเจนต์สามคนให้เรียบร้อยซะก่อน เมื่อลงมาถึงเคออสแล้ว เราจะต้องเลือกเดินไปบนพื้นที่สไตล์โร้คไลค์เพื่อเข้าต่อสู้กับศัตรู เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์มหาโหด สุ่มเจออีเวนต์ที่จะมอบการ์ดหรืออุปกรณ์ดี ๆ มาให้ใช้ เข้าพักในแคมป์ไฟ และท้ายสุดคือจัดการกับบอสประจำดันเจี้ยนให้ได้!
การต่อสู้จะมาในสไตล์ Turn-based โดยแต่ละเทิร์นเราจะต้องเลือกใช้การ์ดพร้อมบริหาร Action Point ให้เหมาะสม เพื่อโจมตีศัตรู ฟื้นฟูพลังชีวิตทีม เสริมเกราะทีม หรือบริหารค่า Stress ไม่ให้มากจนถึงขีดจำกัด เมื่อจบเทิร์นแล้วการ์ดที่ไม่ได้ใช้ก็จะถูกทิ้งไป และศัตรูก็จะเริ่มโจมตีและใช้สกิลตามแผนที่วางเอาไว้เข้าใส่ทีมของเรา จากนั้นพอกลับมาเข้าสู่เทิร์นของเรา เราก็จะได้รับการฟื้นฟู AP พร้อมทั้งจั่วการ์ดขึ้นมาใหม่เพื่อใช้กำจัดศัตรูต่อครับ โดยการต่อสู้จะวนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราหรือศัตรูจะตายกันไปข้างนึง
ในระหว่างการต่อสู้ การใช้การ์ดแต่ละใบจะมีโอกาสออก Epiphany (สังเกตจากไอคอนรูปหลอดไฟและสัญลักษณ์วิ้ง ๆ บนขอบการ์ด) ซึ่งผลของ Epiphany จะมีอยู่ 3 แบบคือได้รับการ์ดประจำตัวที่มีค่าร่ายลดลงมาใช้, ได้อัปเกรดการ์ดให้มีความสามารถดีขึ้น, และได้อัปเกรดแบบพิเศษที่จะทำให้การ์ดดีขึ้นแบบสุด ๆ 1 ใบ ซึ่ง Epiphany จะเกิดขึ้นตอนไหนไม่มีใครรู้ เพราะต้องใช้ดวงล้วน ๆ เพราะฉะนั้นการจะได้เด็คการ์ดดี ๆ มาซักเด็คนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้ทั้งแผนและดวงครับ
นอกจากนี้เรายังสามารถพบ Epiphany ได้จากอีเวนต์ต่าง ๆ ในดันเจี้ยนด้วยนะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นตัวเลือกในอีเวนต์ให้เราเลือก หรือทอยเต๋าเพื่อลุ้นว่าจะได้ Epiphany มาหรือไม่ (ถ้าเป็นอีเวนต์เทพ ๆ หน่อยคือจะให้ Epiphany ระดับสูงมาเลยแน่ ๆ) ดังนั้นถ้าอยากลุ้น Epiphany เยอะ ๆ ก็ต้องเข้าไปสำรวจในช่องอีเวนต์กันบ่อย ๆ (ถึงมันจะสุ่มก็เถอะ แต่ถ้าดวงดีก็ได้มาเยอะพอตัวนะ)
Ego Skills เป็นสกิลไม้ตายของเอเจนต์ที่มีความรุนแรงและมีประสิทธิภาพสูงมกาก ๆ ชนิดที่ว่าสามารถช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตหรือพิฆาตศัตรูตรงหน้าให้สิ้นชีพได้ ทว่ากว่าจะได้ใช้จะต้องสะสม Ego Point ที่ได้ระหว่างการต่อสู้ให้ครบซะก่อน ที่สำคัญคือค่าร่ายที่ต้องใช้นั้นเยอะมาก ๆ ดังนั้น Ego Skills ดีจริง แต่ก็ต้องคิดให้เยอะ ๆ ก่อนใช้ด้วยครับ
หนึ่งในสิ่งที่ต้องดูและบริหารให้ดีคือค่า Stress เพราะเมื่อใดก็ตามที่เอเจนต์ของเรามีค่า Stress พุ่งจนถึงขีดจำกัด ก็จะได้รับสถานะ Mental Breakdown (จิตใจแตกสลาย) ที่จะทำให้ค่าพลังชีวิตสูงสุดของทีมลดลง (ก็คือ HP ส่วนของคนที่ Mental Breakdown จะหายไป) และจะไม่สามารถใช้การ์ดประจำตัวของเอเจนต์คนนั้น ๆ ได้ ซึ่งเราจะต้องใช้การ์ด Breakdown ของเอเจนต์คนนั้น ๆ ให้ครบเพื่อแก้สถานะครับ (เท่าที่เคยลอง บางทีใบเดียวหลุดสถานะเลยก็มีนะ)
ความพิเศษของ Mental Breakdown คือเมื่อเราแก้สถานะได้ นอกจากทีมจะได้ลด Stress และได้พลังชีวิตสูงสุดกลับคืนมาแล้ว ตัวละครนั้นยังจะได้ลดค่าร่ายของ Ego Skill ด้วย ดังนั้นถ้าดูโดยผิวเผิน Mental Breakdown มันคือสถานะที่ไม่ค่อยจะดีเอาซะเลย แต่หากมองลึก ๆ ในเชิงกลยุทธ์ หากเราสามารถแก้ Mental Breakdown ได้ในจังหวะที่เหมาะสมมากพอ มันก็อาจเปิดโอกาสให้เราใช้ Ego Skill พลิกเกมจากใกล้แพ้มาเป็นชนะได้ครับ แต่ถ้าให้พูดกันตรง ๆ "เลี่ยง Mental Breakdown ได้ก็เลี่ยงซะจะดีกว่าครับ"
.
เมื่อเล่นเคออสจนจบ (หรือไม่จบเพราะแพ้ก่อน) เราจะได้รับ Save Data ซึ่งจะทำการบันทึกการ์ดและอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดที่เอเจนต์คนนั้นครอบครองในการเล่นรอบนั้นมา โดยเราจะต้องนำ Save Data นี้ไปใช้ต่อในการลงดันเจี้ยน Simulation หรือ Missions ครับ ถ้าปั้นมาดีก็จะผ่านด่านต่าง ๆ ได้ง่ายและไว แต่ถ้าไม่ดีก็จะผ่านได้ช้าหรือไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าอยากมีเด็คไว้ใช้ลงดันสบาย ๆ ตอนลงเคออสก็ต้องนั่งหลังตรงและจริงจังกันซักหน่อยนะครับ
Missions เป็นโหมดที่ต้องมาเล่นเพื่อเรียนรู้เรื่องราวของ Chaos Zero Nightmare พร้อมทั้งผ่านด่านสุดโหดหินเพื่อเลื่อนขั้นไอดีของเราให้ดีขึ้น ซึ่งในส่วนของเนื้อเรื่องผมขอบอกเลยว่า "โคตรดาร์คแต่ก็โคตรสนุก" อารมณ์ประมาณว่าต่อให้ตับแตกแค่ไหน แต่ก็อยากเล่นต่อเพราะมันน่าติดตามมากจริง ๆ อีกทั้งเรายังจะมีโอกาสได้ลงเคออสพิเศษที่อัดแน่นไปด้วยอีเวนต์เนื้อเรื่องแบบจัดเต็มอีกด้วย ในส่วนของด่านสุดโหดหินจริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าอัปเกรดเอเจนต์และปั้น Save Data มาดีก็ผ่านได้สบาย ๆ ไม่มีปัญหาครับ
Simulation เป็นดันเจี้ยนที่เราจะต้องมาลงเพื่อฟาร์มทรัพยากรไปอัปเกรดเอเจนต์ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยในการลงแต่ละครั้งเราสามารถเลือกได้ว่าจะสู้ทีละเวฟหรือสู้สามเวฟแล้วรับของรวดเดียวไปเลย ซึ่งการต่อสู้ทั้งสองแบบเราจะต้องเลือกให้ดี เพราะอย่าลืมว่าการต่อสู้ระยะยาวอาจทำให้ค่า Stress พุ่งถึงขีดจำกัดและทำให้เราแพ้ได้ ถ้าปั้นทีมมาดีและคิดว่าไหวก็ลงรวดเดียวไปเลยสามเวฟ แต่ถ้าไม่ไหวอาจจะลงแค่ 1-2 เวฟก่อนก็ได้ครับ (แต่เท่าที่ลองดันเจี้ยนก็ไม่ตึงมากเท่าไรนะ)
การอัปเกรดเอเจนต์จะประกอบไปด้วยการอัปเลเวลเพิ่มค่าสเตตัส, การโปรโมทเพื่อเพิ่มเลเวลสูงสุด, การสวมใส่และอัปเกรด Partner, การอัปเกรด Potential เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการ์ด, และการอัปเกรด Manifest Ego ด้วยตัวซ้ำเพื่อรับความสามารถพิเศษมาใช้เพิ่มเติม ซึ่งถ้าเราอัปเกรดเอเจนต์ให้สุดและเลือกใช้ Save Data ให้เหมาะสม บอกเลยว่าศัตรูหน้าไหนก็ไม่หวั่นครับ
Partners เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเอเจนต์ เพราะนอกจากจะเพิ่มค่าสเตตัสพื้นฐานและโบนัสพิเศษต่าง ๆ ให้กับเอเจนต์แล้ว ยังมาพร้อม Ego Skill เฉพาะตัวให้เรากดใช้งานเหมือนกับเอเจนต์ด้วย ถึงตัวสกิลจะไม่แรงและทรงพลังมากเท่าของเอเจนต์ แต่ก็ใช้ง่ายกว่าจากการที่มีค่าร่ายน้อยกว่าครับ ดังนั้นอย่าลืมใส่ Partners ที่เหมาะสมกับเอเจนต์ของเราด้วย
Ark City เป็นแหล่งรวมสารพัดฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เราจะต้องแวะมาเช็คแวะมาทำในทุก ๆ วัน โดยจะประกอบไปด้วย Policy Office บริหารเมืองไปพร้อมกับเหล่าเอเจนต์เพื่อรับแต้มมาอัปเกรด Research Facility, Starshine Diner กินอาหารสุดหรูรับค่าสเตตัสที่จะช่วยให้ลงเคออสได้ง่ายขึ้น, Garden Cafe ซดกาแฟเข้ม ๆ รับสตามิน่าไปลงดันเจี้ยนฟรี, สถานที่ต่าง ๆ สำหรับออกเดตกับเอเจนต์, และ Epione Center สำหรับซักประวัติและรักษาเอเจนต์ที่บาดเจ็บทางจิตใจจากการไปลงเคออส
Epione Center เป็นอีกหนึ่งในระบบที่สำคัญมาก เพราะถ้าเอเจนต์ของเรา Mental Breakdown แล้วแพ้ออกมาจากเคออส ก็จะได้รับสถานะ Nightmare ติดมาด้วย ซึ่งถ้าเราไม่แก้สถานะนี้และดึงดันจะพาเอเจนต์ไปลงเคออส ก็จะได้เจอกับ Nightmare Mode ที่ยากกว่าปกติมาก ๆ จากสารพัดดีบัพต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะมีโอกาสได้ Epiphany บ่อยขึ้น และได้แต้ม Save Data ที่สูงขึ้นด้วย ดังนั้นถ้ายังไม่อยากเจอของยากก็อย่าลืมมาแก้สถานะ Nightmare ที่ Epione Center ด้วยนะ
เราสามารถหาเอเจนต์และพาร์ทเนอร์คนใหม่ได้จากการกาชา (Rescue) โดยตอนเริ่มต้นจะมีกาชาลดราคาสำหรับผู้เล่นใหม่ที่จะการันตีตัวละคร 5 ดาวให้ 1 คนใน 50 โรล ในส่วนของตู้ Pick-up การการันตีจะเป็นแบบ 50/50 ที่ 70 ครั้ง และมีจำนวนครั้งก่อนการันตีบอกเอาไว้หน้าตู้ ส่วนตู้ถาวรเมื่อกดครบ 300 ครั้งจะสามารถเลือกตัวละคร 5 ดาวในลิสต์ที่กำหนดมาใช้ได้ฟรี จะกดหาตัวละคร Pick-up ตอนนี้มาใช้เลย หรือดองไว้รอไวฟุฮัสแบนโดะในดวงใจมาเข้าทีมในอนาคตก็ได้นะครับ
ในแต่ละวันอย่าลืม! มาทำ Achievement Schedule กันด้วยนะครับ เพราะเป็นเควสประจำวันที่แจกค่าประสบการณืไอดีและเพชรเยอะพอตัว นอกจากนี้ก็อย่าลืมทำ Growth Guide เพื่อรับเพชรและตั๋วกาชาไปใช้กันแบบจัดเต็ม และแวะมาเช็ค Achievement Log เพื่อรับไอเทมตอนเลเวลอัปกันด้วยนะ
เกมนี้บอกเลยว่า "เล่นสนุกแต่ยากพอตัว" เพราะใช่ว่าจัดทีม 5 ดาวล้วนแล้วจะสามารถผ่านด่านไปได้แบบชิว ๆ แต่เราจะต้องจัดทีมให้มี Synergy เหมาะสม, เลือกการ์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเอเจนต์ตอนลง Chaos ให้ดี, เลือกด่านที่จะลุยให้เหมาะกับสภาพทีม, และที่สำคัญคือต้องวัดดวงกับ Epiphany ที่จะออกมาด้วย ถ้าออกไม่ดีจนไม่ได้ Synergy หรือคอมโบอะไรเลยก็จะงานหยาบมาก ๆ ดังนั้นเกมนี้ใช่ว่าเล่นรอบเดียวแล้วจะได้ดีเลย แต่จะต้องอาศัยการวางแผนและดวงที่ดีด้วยครับ
แล้วก็อย่าดูถูกเอเจนต์ระดับ 4 ดาวเป็นอันขาด! เพราะบางคนมีความสามารถที่ดีมาก ๆ ถ้าจัดคอมพ์หรือทีมให้เหมาะสมนี่ บอกเลยว่าบางทีดีกว่าทีม 5 ดาวล้วนด้วยซ้ำไป ยกตัวอย่างเอเจนต์สี่ดาวที่ดีแน่ ๆ คือ Mika เพราะนอกจากจะสามารถฮีลได้แล้ว ยังสามารถฟื้นฟู AP ที่จะทำให้เราสามารถใช้การ์ดเพิ่มในแต่ละเทิร์นได้อีก เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นเกมนี้ต่อให้เกลือ 5 ดาวก็ไม่เป็นไร จัดทีม+อัปเกรดเอเจนต์ 4 ดาวให้ดีก็โอเคแล้ว (ดีไม่ดีเอเจนต์ 4 ดาวปลดเต็มจะเล่นง่ายกว่าด้วย)
กล่าวโดยสรุป Chaos Zero Nightmare เป็น "สุดยอดเกมแนว Roguelike Deck-Building RPG แห่งปี 2025" ที่เพื่อน ๆ สายโร้คไลค์ไม่ควรพลาด! เพราะเป็นเกมที่งานดีมากในทุกองค์ประกอบ แถมยัมาพร้อมระบบ Mental Stress ที่จะทำให้การต่อสู้และการตัดสินต่าง ๆ ในดันเจี้ยนมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ที่เด็ดสุดคือเอเจนต์ดีไซน์มาได้ดีมากทุกคน! ใครชอบเล่นเกมการ์ดโร้คไลค์ ชอบเกมดาร์ค ๆ และชอบเกมภาพสไตล์อนิเมะ ขอบอกเลยว่าเกมนี้ตอบโจทย์แบบขั้นสุดยอดครับ!
ดาวน์โหลดเกมได้ที่นี่
บทความน่าอ่าน!