หมวด : รีวิวเกมมือถือ เมื่อ :
![]()
ถ้าชอบเล่นเกมแนว Social Deduction ปั่นกับเพื่อนมันส์ ๆ ที่มาพร้อมสารพัดมินิเกมสุดเพลิน ผมขอแนะนำ Cut That Wire จาก Waka Studio เลยครับ เพราะเราจะได้สัมผัสประสบการณ์การบลัฟปั่นประสาทที่ไม่ซ้ำใครผ่านมินิเกมสุดเพลินหลากรูปแบบ อีกทั้งเรายังจะต้องใช้ไหวพริบและทักษะการพูด เอาชีวิตรอดจากสถานการณ์สุดตึงเครียดที่ทุกคำพูดและการตัดสินใจจะเป็นตัวชี้ชะตาว่าเราจะรอดหรือบึ้ม! ดังนั้น Cut That Wire จึงเป็นเกมที่สามารถตอบโจทย์เพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอนครับ เกมนี้จะน่าเล่นแค่ไหน? และมีไฮไลต์อะไรบ้าง? เราไปดูกัน!!
Cut That Wire เกมแนว Multiplayer Bluffing Game x Social Deduction ที่เราและผู้เล่นอีก 3 คน (รวม 4 คน) จะต้องใช้ไหวพริบ เทคนิคการพูด และทักษะการเหลี่ยมเข้าบลัฟผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อเอาชีวิตรอดจากการตัดสายไฟระเบิดที่ผูกอยู่กับตัวเองให้ได้ ถือเป็นเกมแห่งการเหลี่ยมภายใต้คอนเซ็ปต์ "Bluff or Boom" ที่ความเชื่อใจอาจทำให้เราถึงฆาตได้ในชั่ววินาทีเลยล่ะ!
![]()
เราจะได้รับบทเป็นเหล่าสรรพสัตว์ในร่างมนุษย์ผู้โชคร้าย ซึ่งถูกจับตัวมาเล่นเกมระเบิดมรณะเพื่อหาผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งในเกมมีตัวละครให้เลือกเล่นเยอะพอตัว ยกตัวอย่างเช่น แม่เสือสาวสุดบิ๊กเบิ้ม กระทิงหนุ่มผู้เคร่งขรึม ไก่ต๊อก ๆ สุดปั่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีฉากหลังและแผนที่หลากสไตล์ให้เลือกเปลี่ยน เพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ในการเล่นให้กับเราด้วย อารมณ์ประมาณว่าจะเล่นฉากหลังฉากเดียวไปเรื่อย ๆ ก็คงจะเบื่อแย่ สลับเปลี่ยนบรรยากาศบ้างจะได้สนุกได้แบบไม่มีเซงนั่นเอง
โหมดการเล่นหลัก ๆ จะมีทั้งหมด 3 โหมด โดยโหมดแรกคือ Big Bluff Draw ที่ผู้เล่นจะต้องวาดภาพตามโจทย์ที่กำหนด พร้อมทั้งตามหา Imposter ที่จะได้รับโจทย์ที่แตกต่างออกไปให้พบเพื่อชี้ตัวและให้มันตัดสายไฟไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะโดนบึ้ม ส่วน Imposter จะมีหน้าที่วาดภาพให้เนียนและบลัฟเพื่อหลอกล่อให้ทุกคนเข้าใจผิดและตัดสายไฟจนระเบิดไปทีละคนเพื่อรับชัยชนะมาครับ
โหมดนี้ถือเป็นโหมดที่ต้องใช้ทักษะการวาดที่ดีพอสมควร เพราะถ้าวาดดีก็จะทำให้ผู้เล่นคนอื่นเข้าใจตรงกันได้ง่ายและมีโอกาสถูกสงสัยลดลง กลับกันถ้าวาดไม่ดีจนดูไม่ออก ก็มีโอกาสสูงมากที่จะโดนบลัฟจนถูกกล่าวหาว่าเป็น Imposter ครับ ถ้าชอบเกมสไตล์เดาภาพวาด ผมบอกเลยว่าโหมดนี้ตอบโจทย์มาก ยิ่งถ้าใครวาดเก่ง ๆ ชอบวาดภาพปั่น ๆ และใช้ภาพบลัฟเก่ง ๆ นี่คือบอกเลยว่าเอ็นจอยกับโหมดนี้แน่นอน!
โหมดที่สองคือ Big Bluff Picture ในโหมดนี้ผู้เล่นจะต้องเลือกคำศัพท์ที่สื่อถึงรูปภาพที่ได้รับ พร้อมทั้งตามหา Imposter ที่จะได้รับภาพที่แตกต่างออกไปให้พบเพื่อชี้ตัวและให้ตัดสายไฟไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะโดนบึ้ม ส่วน Imposter ก็จะมีหน้าที่เดิม คือพยายามตีเนียนและบลัฟเพื่อหลอกล่อให้ทุกคนเข้าใจผิดและตัดสายไฟจนระเบิดไปทีละคนเพื่อรับชัยชนะมาครับ
![]()
โหมดนี้จะเล่นง่ายและเฮฮากว่า Big Bluff Draw เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะใด ๆ ขอแค่เลือกคำที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดเป็นอันจบ ซึ่งถ้าเลือกตรงกันจนจับ Imposter ได้ก็จะกลายเป็นเกมไวทันที แต่ถ้าเลือกคำมาหลากหลายกันมาก ก็ต้องใช้ทักษะการสืบสวนและบลัฟกันไปมาเพื่อหา Impostor ให้เจอ ถ้าชอบเกมสไตล์ตีความภาพจากคำศัพท์และชอบบลัฟหนัก ๆ ผมบอกเลยว่าโหมดนี้ตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะคนที่มีคลังศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะ ๆ จะเอ็นจอยมากกว่าคนอื่น จากการที่สามารถบลัฟเล่นคำได้เยอะกว่านั่นเอง (แต่ก็ต้องระวังเล่นคำเยอะไปจนโดนสงสัยด้วยนะ อารมณ์แบบรำคาญตัดสายไฟเลยไป๊ ฮ่า ๆ)
และโหมดที่สามคือ Big Bluff Deck ในโหมดนี้ผู้เล่นทุกคนจะต้องแลกเปลี่ยนไพ่ไปมาเพื่อทำให้ไพ่ของตนมีเลขรวมมากที่สุดภายในระยะเวลา 3 รอบ เมื่อครบ 3 รอบคนที่มีแต้มรวมบนไพ่น้อยสุดจะต้องตัดสายไฟเพื่อลุ้นว่าจะบึ้มหรือไม่ ซึ่งเราจะต้องเล่นวนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวครับ
![]()
เป็นโหมดที่เล่นเพลินแต่ต้องใช้เวลาเยอะมาก ๆ เพราะในแต่ละเทิร์นนอกจากจะต้องเลือกเปลี่ยนไพ่กับผู้เล่นคนอื่นแล้ว ยังจะต้องบลัฟกันเพื่อรักษาการ์ดแต้มสูง ๆ หรือหลอกล่อให้คนอื่นมาหยิบการ์ดเลขต่ำ ๆ ของเราด้วย ถ้าต้องการเกมยาว ๆ นั่งคุยเพลิน ๆ กับเพื่อน บอกเลยว่าโหมดนี้ตอบโจทย์ครับ (แต่ถ้าต้องการเกมเร็ว ขอแนะนำสองโหมดก่อนหน้านี้ครับ)
ในระหว่างการเล่นเราสามารถหมุนคอไปมาพร้อมกลอกลูกตาเพื่อสร้างความปั่นป่วนหรือเฮฮาระหว่างการเล่นได้ด้วย ถึงจะดูปั่นแต่ถ้าทำไปเยอะ ๆ บางทีอาจทำให้เวียนหัวได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีอีโมตให้เราเลือกใช้ และยังสามารถตบหัวสำหรับสร้างความฮาท่ามกลางความเครียดได้อีก เรียกได้ว่าจัดเต็มให้สายฮาเลยล่ะ ดังนั้นระหว่างเล่นถ้ารู้สึกว่าเริ่มเครียดเกินไป ก็อย่าลืมรัวอีโมตและตบหัวเพื่อนรัว ๆ กันด้วยนะครับ
![]()
สิ่งหนึ่งที่อยากให้เกมมีเพิ่มเข้ามาคือระบบ Shop พร้อมทั้งเพิ่มเงินตราหลังเล่นจบเข้ามาในเกมครับ เพราะระบบนี้จะช่วยทำให้เรามีเป้าหมายและแรงบันดาลใจในการเล่นมากขึ้น เช่น ใส่ชุดสวย ๆ ปั่น ๆ ลงไปใน Shop ให้เราหาซื้อมาใส่เล่นกับเพื่อน หรือใส่อีโมตพิเศษลงไปใน Shop เพื่อให้เกมเฮฮามากขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น ถ้าถามว่าควรให้เงินเท่าไรหลังเล่นจบ ผมแนะนำให้เกือบเท่า ๆ กันเพื่อไม่ให้เกมเครียดเกินไป หรือจะทำเป็นภารกิจประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเสริมก็ได้
.
กล่าวโดยสรุป Cut That Wire เป็นเกมที่เหมาะจะซื้อเอาไว้เล่นกับเพื่อนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกมที่จะมอบความตื่นเต้นเร้าใจและความปั่นประสาทเฮฮาให้กับเราตั้งแต่ต้นจนจบ ยิ่งถ้าเพื่อน ๆ ชอบพูดและชอบบลัฟ บอกเลยว่าเกมนี้ได้พูดได้บลัฟกันจนเมื่อยปากไปเลยล่ะ! เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้ามาดูรายละเอียดในหน้าร้านค้า Steam ได้เลยนะครับ โดยเกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 22 ตุลาคม 2025 นี้นะ!
ดูรายละเอียดเกมได้ที่นี่
![]()